Cheer up

ชีพจรลงเท้า (อีกแล้ว)

Posted on 19 December 2007 at 01:50

ปีนี้เดินทางไกลหลายหนแล้ว  แต่พอแพลนจะเดินทางภายในประเทศกลับไม่ได้ไป  วางแผนปลายปีจะไปเที่ยวเชียงใหม่ เชียงรายก้อมีอันต้องพับเก็บเข้ากระเป๋า 

 

แล้วนี่จู่ๆ คนใกล้ตัวบอกให้ไปขอวีซ่าไปไต้หวันแต่เดินทางเดือนมกราปีหน้า  นึกว่าจะได้ไปฉลองปีใหม่ต่างแดนซะแล้ว  แต่ไม่เป็นไรกำหนดไปก้อยังคาบเกี่ยวการฉลองปีใหม่อยู่  กำลังสงสัยว่าที่ไทเปช่วงที่ไปอากาศจะหนาวขนาดไหนกันหนอ  เข้าไปดูรายงานอากาศอุณหภูมิเย็นกว่าทางเหนือบ้านเราไม่เท่าไหร่  เรื่องที่จะเตรียมชุดหนาวอย่างหนาคงไม่ต้องขนไปหรอก

 

วันนี้ไปขอวีซ่าเข้าไต้หวัน  ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าขึ้นมาอีก 300 บาทอะไรกันนี่  เมื่อไปหนแรกค่าธรรมเนียม 1,500 บาท  ตอนนี้นะหรือ 1,800 บาทแล้ว   ขอวีซ่าไปไต้หวันไม่ยากหรอก  แต่ก้อต้องเตรียมเอกสารหลักฐานไปด้วย  ไต้หวันไม่มีสถานทูตในบ้านเราหรอก  เค้าเรียกว่า สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย (Taipei Economic and Cultural Office in Thailand) อยู่ที่อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ถนนสาทรใต้

 

ขั้นตอนการขอว๊ซ่า

1. รูปถ่าย  2 x 2"  จำนวน 2 ใบ

2. หนังสือรับรองการทำงาน หรือผู้ที่มีกิจการก้อนำใบรับรองบริษัทไปยื่น

3. หลักฐานทางการเงิน

4. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน

5. สำเนาพาสปอร์ตที่มีหน้าเรา

6. ค่าธรรมเนียม 1,800 บาท

ส่วนแบบฟอร์มการยื่นวีซ่ารับได้ที่เจ้าหน้าที่ด้านหน้า  เมื่อเขียนเรียบร้อยก้อมาส่งให้ลุงที่ยื่นแบบฟอร์มลุงแกจะตรวจเอกสารเบื้องต้นให้  แล้วก้อจะให้บัตรคิวเรามา  หนนี้เป็นหนที่สองที่ไปยื่นขอวีซ่าพบว่าผู้มายื่นขอวีซ่าไม่เยอะนั่งรอไม่เกิน 5 นาทีก้อถึงคิวของเรา 

 

วันนี้เจอเจ้าหน้าที่ซักถามนิดหน่อยว่าไปทำไม  แต่หนแรกเจ้าหน้าที่คนไทยไม่ถามอะไรแต่หนนี้เจอเจ้าหน้าที่คนไต้หวัน  เราก้อเลยถามกลับไปว่าได้ข่าวมาว่าถ้าผู้ยื่นขอวีซ่ามีวีซ่าของอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ หรือญี่ปุ่นไม่ต้องยื่นหลักฐานทางเงินใช่หรือเปล่า  เจ้าหน้าที่ยืนยันที่เราได้ข้อมูลมานั่นถูกต้องค่ะ  หลังจากจ่ายเงินแล้วจะได้ใบเสร็จสีชมพูแล้วนัดมารับพาสปอร์ตวันรุ่งขึ้นช่วงบ่าย

 

หลังจากกลับจากไต้หวันแล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าไปไหนมาบ้าง


------> ส้มตำ <-----

Posted on 10 December 2007 at 08:20

คงไม่มีใครไม่รู้จักส้มตำ  เราว่าส้มตำน่าจะเป็นอีกหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติได้เหมือนกัน   จะว่าไปส้มตำนั่นมีหลากหลายมากมาย  ซึ่งตะก่อนตำไทยใส่ปู  ตำปูปลาร้า หรือตำไทย ก้อหรูสุดๆ แล้ว  เดี๋ยวนี้มีตำซั่ว  ตำถั่วฝักยาว  ตำแตงกวา  ฯลฯ ซึ่งแล้วแต่ความชื่นชอบแต่ละบุคคลไป

 

เราเองชอบทานตำไทยใส่ปู  ตำปลาร้า และตำซั่ว  พูดแล้วน้ำลายหยดแหมะๆ  แถวบ้านเราก้อมีร้านส้มตำ  แต่ทว่าตำไม่เคยถูกใจเลยจริงๆ  บางวันก้อหวานเจี๊ยบเหมือนเจ้าของผลิตน้ำตาลเอง  หรือไม่ก้อเค็ม  ไม่เคยตำได้พอดีเอาเลย  ทราบมาว่าถ้าวันไหนสั่งส้มตำแล้วเจอแบบที่ว่ามา  คนขายทะเลาะกะสามี  กำลังตำๆ ใส่น้ำปลาอยู่  หันไปทะเลาะกันพอกลับมาตำเธอก้อขโยกน้ำปลาใส่เข้าไปอีก  และตอนนี้ร้านนี้ได้ขึ้นราคาส้มตำจากจานละ 20 บาทเป็น 25 บาทเรียบร้อยไปแล้ว  มีอยู่ช่วงหนึ่งเจ้าของร้านเกิดเฮี้ยนขึ้นมาจู่ๆ มาขึ้นราคาซุปหน่อไม้เป็นจานละ 30 บาท  โอ๊วว๊าวอะไรกันเนี่ย  ซุปหน่อไม้มีเพียงแค่หน่อไม้ ข้าวคั่ว และผักชีลาว  เธออัพราคาถึงเพียงนี้เชียวหรือ  ก้อเลยมีการต่อว่าๆ หน้าเลือดโดยคุณซะมีนะละ  ก้อเลยเกิดการพะบู๊ระหว่างครอบครัวเกิดขึ้น  หลังจากนั่นเจ้าของร้านก้อยอมขายราคาเดิมต่อไป  เราสังเกตว่าหลังจากขึ้นราคามาส้มตำก้อไม่ได้เพิ่มเติมขึ้นแต่อย่างใด  ขนาดยังคงเท่าเดิมหรืออาจจะเพิ่มเส้นมะละกอมาให้อีก 10 เส้นก้อได้เนอะ  สำหรับเรากับร้านนี้เราไม่เคยสั่งส้มตำมาทาน  เพราะมันไม่ถูกปาก

 

ร้านที่จะเล่านี้  ต้องเรียกว่าไปทีไรเราต้องสั่งส้มตำมาทานทุกครั้ง  เสียดายว่าร้านนี้อยู่ไกลถึงแม่กลอง  นานๆ ถึงจะได้ไป  สั่งหนใดรสชาติไม่เคยเปลี่ยนเลย 

 

 

ส้มตำจานนี้ คือ ส้มตำปูไข่  ทางร้านจะใส่ปูไข่ที่แช่แข็งคลุกเคล้ากับส้มตำรสอร่อย  ส่วนเส้นมะละกอสงสัยจังว่าเค้าทำอย่างไร  เพราะเส้นมะละกอเมื่อเคี้ยวจะกรอบและนุ่มมากๆ  ส่วนรสชาตินั่นยกนิ้วให้เลย  นานๆ ไปแวะทานทางร้านก้อปรุงรสแบบนี้ให้ทุกหน  แสดงว่าทางร้านเค้าต้องมีสูตรตายตัวแหง๋ๆ

 

 

 

 

My new HOME

Posted on 8 December 2007 at 09:18

มีบ้านใหม่แล้วเน้อ ดีเอ๋ย ดีใจจัง

ต่อแต่นี้จะได้มีที่เขียน

เล่าเรื่องบ้าๆ บอๆ ของเรา

แล้วเราจะรีบกลับมาใหม่

ในเร็ววันนี้

 

 

คืนนี้ไปละ

นอนหลับฝันดีจ้า


Friends




Power By : BlogKa.com - Free Blog Hosting