ชีพจรลงเท้า (อีกแล้ว)
ปีนี้เดินทางไกลหลายหนแล้ว แต่พอแพลนจะเดินทางภายในประเทศกลับไม่ได้ไป วางแผนปลายปีจะไปเที่ยวเชียงใหม่ เชียงรายก้อมีอันต้องพับเก็บเข้ากระเป๋า
แล้วนี่จู่ๆ คนใกล้ตัวบอกให้ไปขอวีซ่าไปไต้หวันแต่เดินทางเดือนมกราปีหน้า นึกว่าจะได้ไปฉลองปีใหม่ต่างแดนซะแล้ว แต่ไม่เป็นไรกำหนดไปก้อยังคาบเกี่ยวการฉลองปีใหม่อยู่ กำลังสงสัยว่าที่ไทเปช่วงที่ไปอากาศจะหนาวขนาดไหนกันหนอ เข้าไปดูรายงานอากาศอุณหภูมิเย็นกว่าทางเหนือบ้านเราไม่เท่าไหร่ เรื่องที่จะเตรียมชุดหนาวอย่างหนาคงไม่ต้องขนไปหรอก
วันนี้ไปขอวีซ่าเข้าไต้หวัน ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าขึ้นมาอีก 300 บาทอะไรกันนี่ เมื่อไปหนแรกค่าธรรมเนียม 1,500 บาท ตอนนี้นะหรือ 1,800 บาทแล้ว
ขอวีซ่าไปไต้หวันไม่ยากหรอก แต่ก้อต้องเตรียมเอกสารหลักฐานไปด้วย ไต้หวันไม่มีสถานทูตในบ้านเราหรอก เค้าเรียกว่า สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย (Taipei Economic and Cultural Office in Thailand) อยู่ที่อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ถนนสาทรใต้
ขั้นตอนการขอว๊ซ่า
1. รูปถ่าย 2 x 2" จำนวน 2 ใบ
2. หนังสือรับรองการทำงาน หรือผู้ที่มีกิจการก้อนำใบรับรองบริษัทไปยื่น
3. หลักฐานทางการเงิน
4. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน
5. สำเนาพาสปอร์ตที่มีหน้าเรา
6. ค่าธรรมเนียม 1,800 บาท
ส่วนแบบฟอร์มการยื่นวีซ่ารับได้ที่เจ้าหน้าที่ด้านหน้า เมื่อเขียนเรียบร้อยก้อมาส่งให้ลุงที่ยื่นแบบฟอร์มลุงแกจะตรวจเอกสารเบื้องต้นให้ แล้วก้อจะให้บัตรคิวเรามา หนนี้เป็นหนที่สองที่ไปยื่นขอวีซ่าพบว่าผู้มายื่นขอวีซ่าไม่เยอะนั่งรอไม่เกิน 5 นาทีก้อถึงคิวของเรา
วันนี้เจอเจ้าหน้าที่ซักถามนิดหน่อยว่าไปทำไม แต่หนแรกเจ้าหน้าที่คนไทยไม่ถามอะไรแต่หนนี้เจอเจ้าหน้าที่คนไต้หวัน เราก้อเลยถามกลับไปว่าได้ข่าวมาว่าถ้าผู้ยื่นขอวีซ่ามีวีซ่าของอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ หรือญี่ปุ่นไม่ต้องยื่นหลักฐานทางเงินใช่หรือเปล่า เจ้าหน้าที่ยืนยันที่เราได้ข้อมูลมานั่นถูกต้องค่ะ หลังจากจ่ายเงินแล้วจะได้ใบเสร็จสีชมพูแล้วนัดมารับพาสปอร์ตวันรุ่งขึ้นช่วงบ่าย
หลังจากกลับจากไต้หวันแล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าไปไหนมาบ้าง

